Monday, November 16, 2009

ข้อคิดในการสัมภาษณ์งานจาก "สามก๊ก"

มีนักบริหารหลายท่านเคยบอกว่า เขาสามารถเอาสิ่งที่ได้จากการอ่าน สามก๊กหรือตำราพิชัยสงครามซุนวูไปประยุคต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจได้ อย่างเห็นผลมาแล้ว วันนี้จึงขอยกเอาแนวคิดที่ว่านี้มาปรับใช้บ้าง กับการนำมาเป็นหลักปฎิบัต ิในการเข้าสอบสัมภาษณ์งาน

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่พ่าย”
คงจะเคยได้ยินกันบ่อย “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่พ่าย” บางคนอาจจะคุ้นหูกับคำว่า “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” มากกว่า แต่ความเป็นจริงแล้ว รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งไม่พ่าย ดูจะน่ามีเหตุและผลที่รัดกุมมากกว่า เพราะบางกรณี การอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่พ่ายแพ้ก็ถือว่าอยู่ในจุด ที่ประสบความสำเร็จแล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นชนะคะคานกันเด็ดขาด ผู้ที่จะสมัครหรือสัมภาษณ์งาน ควรจะ “รู้เขา” ก็คือ มีความรู้ที่เกี่ยวกับบริษัทที่จะไปสมัคร สัมภาษณ์งานนั้นบ้างอยู่พอสมควร คือคงไม่ใช่แค่ว่ารู้ว่านั่งรถสายอะไรจะไปได้ถึงก็พอแค่นั้น แต่ควรเป็นการรู้ถึงประวัติความเป็นมาของบริษัท สินค้าหรือบริการที่มี และความคาดหวังที่บริษัทมีต่อตำแหน่งงาน ที่เรากำลังจะไปสมัคร ส่วน “รู้เรา” คือรู้ว่าเรามีข้อดีข้อเสียอะไร ควรจะนำเสนอข้อดีหรือจุดแข็ง รักษาจุดอ่อนให้ไม้เปิดกว้างจนเพลี้ยงพล้ำ เช่นถ้ามีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว โชกโชนก็เล่าให้เขาฟังโดยละเอียด แต่ถ้าอ่อนภาษา และหากเขาถามก็อาจจะบอกตามตรงว่า กำลังหมั่นเพียรเรียนเพิ่มเติม

“ฮั่นสินและเล่าปี่”
ฮั่นสินเป็นแม่ทัพใหญ่ที่ปรีชาสามารถ ทำศึกใหญ่น้อยชนะสิ้นจนนำแผ่นดิน มามอบไว้ใต้เบื้องบาทเล่าปังได้สำเร็จ เป็นพระเจ้าฮั่นโกโจ ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น (ยุคก่อนสามก๊ก) ส่วนเล่าปี่คนไทยรู้จักกันดีในฐานะตัวเอกของสามก๊ก ผู้นำแคว้นจ๊กก๊กผู้เถลิง ราชสมบัติขึ้นเป็นฮ่องแต้ในราชวงศ์ฮั่น(ตอนปลาย) ได้ในที่สุด สองคนนี้มีความคล้ายคลึงกัน อย่างยิ่งสองข้อคือ ข้อแรกเป็นคนใหญ่คนโตและเป็นคนเก่งกล้าสามารถเหมือนกัน ข้อที่สองคือ เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน และรู้จักอดทนอดกลั้นเหมือนกัน ฮั่นสินก่อนที่จะได้เป็นแม่ทัพ เคยตกยากและถูกนักเลงบังคับให้มุดลอดหว่างขากลางถนน แต่ก็ยังสู้อดกลั้นกับความคับแค้นอับอาย ยอมทำตาม เล่าปี่เป็นเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์แต่ก็อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เจ้ายศเจ้าอย่าง จนยาขอบผู้ประพันธ์สามก๊กฉบับวณิพกเรียกขานว่า ผู้พนมมือแก่ชนทุกขั้น ประสาอะไรกับผู้สมัครสัมภาษณ์งาน ที่ควรจะต้องรู้จักมือไม้อ่อน และอดทนอดกลั้น ไว้บ้าง

“สง่างามอย่างจูล่ง” คงเคยได้ยินคำว่า First Impression ซึ่งหมายถึงการฝากรอยประทับใจแรกแก่ผู้ที่พบเจอกันมาบ้างแล้ว จูล่งผู้เป็นทหารเอก ของเล่าปีเลื่องชื่อในเรื่องที่ว่านี้ จูล่งเป็นผู้ที่ไม่ว่าจะเป็นพวก หรือศัตรูพบเห็นตัวเข้าก็รู้สึกประทับใจ ชื่นชมในกริยาท่วงท่า ที่องอาจสง่างาม จะพูดจาปราศัยก็สุภาพอ่อนโยน แต่พอถึงคราวทำศึกก็เข็มแข็งไร้ผู้ต่อต้าน ในการสัมภาษณ์งานก็เช่นเดียวกัน ความประทับใจแรกมีผลเป็นอย่างยิ่งต่อการพิจารณารับหรือลืม ดังนั้นกริยาท่าที แม้กระทั่งการแต่งกายและการพูดการจา จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เวลาตอบคำถามในการสัมภาษณ์ก็ต้องฉะฉาน ตรงประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ

“ชนะที่ใจ” ขงเบ้ง เดินทางไกลกรีฑาทัพลงใต้ ปราบปรามเบ้งเฮก จับแล้วปล่อยอยู่เจ็ดครั้ง ไม่ใช่เพราะนึกสนุก แต่ต้องการชนะใจเบ้งเฮ็ก และพลพรรคอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เนื่องจากระยะทางที่แสนไกลเกินกว่าที่อำนาจส่วนกลางจะควบคุมดูแลไปถึง การชนะ แต่เพียงกำลังนั้นไม่นานการ ลุกฮือขึ้นต่อต้านก็จะเกิดขึ้น แต่ถ้าชนะใจความสงบก็จะเกิดขึ้นได้ในระยะยาว การสัมภาษณ์พูดคุยก็คงไม่ต่างกัน ผู้สมัครจะต้องพยายามบรรลุเป้าหมาย ด้วยการเอาชนะใจกรรมการ มีหลายคนเลือก ใช้วิธีวิเคราะห์หรือสังเกตดูก่อนว่า คนสัมภาษณ์เป็นใคร อายุอานามเท่าไหร่ มีตำแหน่งงานหรือลักษณะนิสัยใจคอเป็นอย่างไร เพื่อการสนทนาพาทีจะได้เป็นไปอย่างราบรื่น ยิ่งถ้ารู้ได้ก่อนว่าเข้าโปรดปราน หรือชอบพออะไรเป็นพิเศษมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสชนะใจ จากการสัมภาษณ์มากขึ้นเท่านั้น

“ไม่ท้อแท้แบบโจโฉ” โจ โฉเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ผิดพลาดพ่ายแพ้มามากมายหลายครั้ง บางครั้งหนักหนาสาหัสเสียจนหากเป็นคนอื่นคงจะถอดใจหรือกระอักโลหิตตายไปแล้ว สามรอบ แต่โจโฉก็ยิ้มสู้กับความพ่ายแพ้ และลุกขึ้นยืนสู้จนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกทุกครั้งไป ตัวอย่างที่คนไทยนึกออกกันดีก็เช่นในศึกเซ็กเพ็ก หรือที่รู้จักกันในชื่อตอนโจโฉ แตกทัพเรือ ตอนนั้นโจโฉมีไพร่พลร้อยหมื่น กรีฑาทัพมามาจนเกือบจะรวมแผ่นดินเป็นผลสำเร็จ แต่ก็มาพลาดถูกเผาทัพเสียยับเยิน ต้องถอยทัพกลับมาตั้งต้นกันใหม่ การสมัครหรือสัมภาษณ์งานก็เช่นเดียวกัน ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนอาจเกิด ขึ้นได้ไม่ว่าจะจากสาเหตุสุดวิสัย หรือกรณีใดก็แล้วแต่ แต่อย่าพึ่งหมดหวังท้อแท้ใจ ถ้าไม่รู้จะทำอย่างไรก็ให้นึกถึงโจโฉดู.

ที่มา :คมชัดลึก

No comments: